Call Center
02-939-6006,
089-928-2020
  • English
  • ภาษาไทย

ต้อหินเฉียบพลัน(Acute angle-closure glaucoma)

เมื่อความดันในลูกตาขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว นั่นบอกถึงภาวะฉุกเฉินของตาคุณ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและในเวลาที่เหมาะสม อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นที่ถาวรได้ เราเรียกโรคนี้ว่า"โรคต้อหินเฉียบพลัน" Acute angle-closure glaucoma หรือโดยย่อ AACG
 
สาเหตุ
โดยปกติในลูกตาเราจะมีการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงภายในที่มีการหมุนเวียนออกจากลูกตาในระดับที่สมดุลกับการสร้าง เพื่อคงระดับความดันตาให้อยู่ในระดับที่ปกติคือ 10-20 มิลลิเมตรปรอท ผู้ที่มีภาวะต้อหินเฉียบพลัน เกิดจากมีการปิดกั้นช่องทางระบายน้ำที่ออกจากลูกตา ส่งผลให้ความดันตาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ภาวะนี้มักจะพบได้ในผู้ที่มีโครงสร้างภายในลูกตาผิดปกติ คือมีช่องลูกตาด้านหน้า (ช่องว่างระหว่างกระจกตากับเลนส์ตา) ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริเวณที่เป็นช่องทางระบายน้ำออกจากลูกตามีลักษณะแคบและตื้น ทำให้ทางระบายน้ำที่ออกจากตาแคบกว่าปกติ เมื่อมีเหตุกระตุ้นบางอย่างเช่นอยู่ในภาวะที่แสงน้อยส่งผลให้ม่านตาขยาย การใช้ยาหยอดหรือยากินที่ทำให้รูม่านตาขยาย (เช่น อะโทรพีน, ไฮออสซีน) ก็อาจส่งผลให้มุมระบายน้ำเลี้ยงลูกตาแคบมากขึ้นจนถึงขั้นปิดกั้น น้ำไม่สามารถไหลเวียนออกจากลูกตาได้ ทำให้ความดันในลูกตาสูงขึ้นเฉียบพลัน เกิดอาการของโรคต้อหินเฉียบพลันคือปวดศีรษะและปวดตาข้างเดียว ตาพร่ามัว ขึ้นทันทีทันใด

อาการต้อหินเฉียบพลัน
ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตา และปวดศีรษะข้างหนึ่งอย่างฉับพลันรุนแรงต่อเนื่อง มักจะปวดจนนอนไม่หลับ กินยาบรรเทาปวดก็ไม่ทุเลา นอกจากนี้ ยังพบว่ามีอาการตาพร่ามัว มองเห็นแสงสีรุ้ง และคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย หากสังเกตุดูที่ตาขาวจะพบว่ามีลักษณะแดงมากขึ้นและอาจสังเกตุได้ว่าบริเวณกระจกตาดำดูขุ่นกว่าปกติ 
บางรายอาจมีอาการนำมาก่อนเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน คือปวดตา ตาแดง ตาพร่า เห็นแสงสีรุ้งเป็นพักๆ อาการมักจะเป็นตอนหัวค่ำ หรือขณะอยู่ในที่มืด ( รูม่านตาขยาย) หรือขณะมีอารมณ์หงุดหงิด โกรธ (เพราะจะมีเลือดไปคั่งที่กล้ามเนื้อม่านตา ทำให้มุมระบายน้ำเลี้ยงลูกตา ยิ่งแคบมากยิ่งขึ้น) แต่ละครั้งอาจเป็นอยู่นาน 1-2 ชั่วโมง ก็อาจทุเลาไปได้เอง

การป้องกันและรักษา
ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ควรตรวจสุขภาพตาและความดันลูกตาเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ถ้าพบว่ามีความผิดปกติ จักษุแพทย์จะแนะนำแนวทางการรักษาเช่นการใช้ยา การรักษาโดยการยิงเลเซอร์หรือการผ่าตัดและเฝ้าติดตามเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะต้อหินเฉียบพลันในอนาคต
ผู้ป่วยโรคนี้หากตาข้างหนึ่งเป็นแล้ว ในเวลาต่อมาจะเกิดขึ้นกับตาอีกข้างในเวลาไม่นาน ซึ่งแพทย์จะยิงเลเซอร์ป้องกันภาวะนี้ในตาอีกข้างด้วย ดังนั้น ผู้ป่วยโรคนี้ จึงควรพบจักษุแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

หากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษาให้ทันท่วงที ความดันลูกตาที่สูงขึ้นฉับพลันเป็นเวลาติดต่อกันหลายวันจะส่งผลทำลายเส้นประสาทตาทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้