Call Center
02-939-6006,
089-928-2020
  • English
  • ภาษาไทย

คุณสมบัติของผู้ที่เหมาะสมกับการรักษาสายตาด้วยวิธี PRK

  • ผู้ที่มีความประสงค์ที่จะลดการพึ่งพาแว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ เนื่องจากเกิดปัญหาในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน หรือการประกอบอาชีพที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้แว่นตา หรือคอนแทคเลนส์
  • ผู้เข้ารับการรักษาควรมีอายุอย่างน้อย 18 ปี และมีระดับสายตาคงที่อย่างน้อยเป็นเวลา 1 ปี เนื่องจากผู้ที่มีอายุไม่ถึง 18 ปี สายตาจะยังมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ ดังนั้นจึงควร รอให้อายุถึง 18 ปีเพื่อให้ค่าสายตาคงที่ ก่อนเข้ารับการรักษา
  • ไม่มีโรคที่เป็นข้อห้ามของการทำ PRK เช่น โรคต้อหิน โรคจอประสาทตา หรือ โรค SLE
  • ไม่ควรอยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากเป็นระยะที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าสายตาเปลี่ยนแปลงไปด้วย จึงควรรอให้คลอดบุตรเสียก่อน
  • มีความเข้าใจ และความคาดหวังที่ถูกต้องเกี่ยวกับการรักษาด้วยวิธี PRK

ขั้นตอนก่อนการรักษาด้วยวิธี PRK
ผู้เข้ารับการรักษาจำเป็นต้องได้รับการตรวจและประเมินสภาพตาอย่างละเอียดจาก จักษุแพทย์เสียก่อน โดยควรมีการเตรียมตัว ก่อนเข้ารับการตรวจและประเมินสภาพตา ดังนี้

  1. ควรถอดคอนแทคเลนส์ล่วงหน้า เนื่องจากคอนแทคเลนส์จะกดทับกระจกตา การถอดคอนแทคเลนส์นี้เพื่อให้กระจกตาคืนรูปร่างตามธรรมชาติ เพื่อผลการตรวจที่แม่นยำมากที่สุด ทั้งนี้ระหว่างที่ถอดคอนแทคเลนส์ท่านสามารถใช้แว่นสายตาแทนได้ตามปกติ
    - อย่างน้อย 3 วัน สำหรับคอนแทคเลนส์แบบนิ่ม
    - อย่างน้อย 7 วัน สำหรับคอนแทคเลนส์แบบแข็ง
  2. ควรนำเพื่อนหรือญาติมาด้วย เนื่องจากการตรวจสภาพสายตานั้นจะมีการหยอดยาขยายม่านตาด้วย ซึ่งจะทำให้การมองเห็นไม่ชัดและสู้แสงจ้าไม่ได้ คุณจึงไม่สามารถขับรถกลับบ้านเองได้
  3. หากเป็นไปได้ควรนำแว่นกันแดดมาด้วย

ขั้นตอนการตรวจจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยมีขั้นตอนในการตรวจต่างๆ ดังนี้

  • ตรวจวัดสายตาด้วยเครื่อง Auto Refractometer
  • ตรวจวัดค่าความดันตาด้วยเครื่อง IOP
  • ตรวจค่าความโค้งความหนาของกระจกตาด้วยเครื่อง Pentacam
  • ตรวจค่าความเพี้ยนในการรวมแสงระดับสูงด้วย OPD Scan
  • ตรวจวัดระดับการมองเห็น
  • ตรวจวัดค่าความผิดปกติของสายตาก่อนและหลังการขยายม่านตา
  • ตรวจและประเมินสภาพตาโดยละเอียดโดยจักษุแพทย์

ระหว่างการตรวจท่านจะได้รับชม Multimedia เพื่อศึกษาข้อมูลการรักษาสายตาด้วยวิธี PRK โดยละเอียดก่อนพบแพทย์ ทั้งนี้ หากท่านยังมีข้อสงสัยใดๆ ท่านสามารถสอบถามแพทย์ของท่านได้โดยตรง