Call Center
02-939-6006,
089-928-2020
  • English
  • ภาษาไทย

ตากุ้งยิง (Hordeolum)

เคยมั๊ยคะ เวลาที่เป็นตากุ้งยิงเมื่อไหร่ จะโดนเพื่อนๆ แซวตลอดว่า ไปแอบดูใครอาบน้ำมารึป่าว?  จริง ๆแล้ว ตากุ้งยิงไม่ได้เกี่ยวกับการแอบดูใครเลยค่ะ มาดูกันน่ะค่ะว่า แท้จริงแล้ว ตากุ้งยิงเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ แล้วมีวิธีการป้องกัน หรือรักษาอย่างไร

สาเหตุของตากุ้งยิง
          ตากุ้งยิง เกิดจาก การอักเสบของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ซึ่งโดยปกติแล้ว ตาของคนเราจะมีต่อมไขมันมากมายอยู่บริเวณใต้ผิวหนังที่เปลือกตา ซึ่งสามารถระบายไขมันออกมาได้โดยผ่านทางรูระบายเล็ก ๆ ใกล้ ๆ ขนตา แต่หากมีอะไรมาอุดตัน เช่น ฝุ่นละออง ฯลฯ จะทำให้ไขมันที่ผลิตออกมาไม่สามารถระบายได้ ทำให้เกิดการอุดตันเป็นก้อนขึ้นที่บริเวณเปลือกตา และหากมีเชื้อโรคเข้าไป ก็จะทำให้เกิดการอักเสบ เป็นหนอง และมีอาการเจ็บ และบวมแดงรอบ ๆ ดวงตา ทั้งนี้ สาเหตุที่มักจะทำให้เกิดการติดเชื้อ ได้แก่

  • ขยี้ตาบ่อย ๆ ทำให้เปลือกตาไม่สะอาด
  • ล้างเครื่องสำอางค์ออกไม่หมด หรือไม่สะอาด
  • ใส่หรือถอดคอนแทคเลนส์ด้วยมือที่ไม่สะอาด

อาการของตากุ้งยิง 
          เมื่อเกิดอาการตากุ้งยิง เริ่มแรกจะมีอาการเจ็บ ๆ คัน ๆ บริเวณเปลือกตา ต่อมาจะเริ่มบวมแดง และจะเริ่มรู้สึกปวดบริเวณเปลือกตา หากกดลงไปบริเวณก้อนจะรู้สึกเจ็บ จะเริ่มเห็นเป็นหัวฝีหรือหัวหนองภายใน 4-5 วัน หลังจากนั้นหนองจะแตก และยุบไป ในกรณีที่หนองออกไม่หมด จะเกิดเป็นก้อนแข็งเป็นไตที่เปลือกตา ซึ่งจะค้างอยู่เช่นนั้นเป็นเวลานาน และอาจจะกลับมาอักเสบขึ้นอีกได้เป็นครั้งคราว
 
การรักษาอาการตากุ้งยิง

  • หากเริ่มสงสัยว่ามีอาการตากุ้งยิง ควรรีบมาพบจักษุแพทย์โดยเร็ว เพราะในระยะแรก ๆ นั้น สามารถรักษาได้โดยการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15-20 นาที เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ต่อมไขมันบริเวณเปลือกตาเปิดตัว ช่วยระบายไขมันที่อุดตันอยู่ โดยระหว่างที่ประคบควรจะหลับตาไว้ ทั้งนี้ แพทย์จะทำการตรวจและสั่งยาให้ด้วย อาจจะเป็นยาหยอดตา ยาป้ายตา หรือ บางรายอาจจะต้องทานยาปฏิชีวนะร่วมด้วย
  • ในรายที่มีหนอง แพทย์จะต้องทำการเจาะและขูดหนองออก และให้ยาปฏิชีวนะต่อไปอีก 3-5 วัน หรือจนกว่าอาการอักเสบจะหายดี ซึ่งหากเจาะหนองออกไม่หมดหรืออาการอักเสบยังไม่หายดี อาจจะเกิดเป็นตากุ้งยิงซ้ำได้อีก

การปฏิบัติตัวหลังจากเจาะหนองออก

  1. ปิดตาไว้ให้แน่นเพื่อป้องกันเลือดออก 
  2. เมื่อเปิดตาแล้ว ให้เริ่มใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำ หากมีอาการปวด สามารถรับประทานยาแก้ปวดครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก ๆ 4-6 ชั่วโมง 
  3. หากมีรอยเขียวคล้ำบริเวณที่ทำการเจาะหนอง สามารถประคบได้ด้วยน้ำแข็ง 
  4. ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด 
  5. ควรใช้สำลีชุบน้ำสะอาด บีบพอหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดบริเวณรอบ ๆ ดวงตาในวันรุ่งขึ้น

การป้องกันอาการตากุ้งยิง

  1. ควรดูแลความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณใบหน้าและเส้นผม ไม่ควรให้ผมแยงตา
  2. ล้างมือให้สะอาดบ่อย ๆ อย่าใช้มือที่สกปรกขยี้ตา และสัมผัสบริเวณดวงตา
  3. ล้างเครื่องสำอางค์ โดยเฉพาะบริเวณรอบ ๆ ดวงตาให้สะอาดทุกวันก่อนนอน
  4. หากมีแนวโน้มติดเชื้อง่าย ควรล้างเปลือกตาวันละ 1 ครั้งเพื่อรักษาความสะอาดของรูขุมขน หรือประคบร้อนที่เปลือกตาทุก ๆ 2 วัน เพื่อป้องกันการอุดตันของต่อไขมันบริเวณเปลือกตา
  5. ควรดูแลให้ร่างกายได้รับวิตามินเออย่างเพียงพอ รับประทานอาการที่มีสารเบต้าแคโรทีนสูง เช่น ไข่แดง เนย เครื่องใน และพืชผักสีเหลือง ส้ม แดง หรือเขียวเข้ม หรืออาจจะทานวิตามินร่วมด้วย

         ทั้งนี้ บางครั้งจะพบว่าผู้ที่เคยมีอาการตากุ้งยิง อาจจะเป็นซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งสาเหตุมักจะเกิดจากการที่ฝีหรือหนองแตกเอง และยังคงมีเชื้อแบคทีเรียอยู่ หรือ อาจเกิดจากการอักเสบของต่อมไขมันที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเพราะต่อมไขมันปริเวณเปลือกตานี้มีอยู่ 50-60 ต่อมทั้งบนและล่าง หากเกิดการอักเสบอีกก็จะทำให้เกิดอาการตากุ้งยิงซ้ำ ๆ ได้


ผู้ที่เป็นตากุ้งยิง สามารถทำเลสิค LASIK ได้หรือไม่?

          สำหรับผู้ที่ต้องการจะทำเลสิค Lasik เมื่อมาตรวจแล้วพบว่ามีอาการตากุ้งยิง จักษุแพทย์จะรักษาอาการตากุ้งยิงให้หายดีก่อน จึงจะสามารถทำการรักษาสายตาสั้น สายตายาวหรือสายตาเอียง ด้วยวิธีเลสิค Lasik ได้ตามปกติ


หากมีข้อสงสัย : คุยกับทีมแพทย์เลสิก ศูนย์เลสิค เลเซอร์วิชั่น
LASIK Laservision International LASIK Center