Call Center
02-511-2111,
02-939-6006
  • English
  • ภาษาไทย

คุณเมตต์ ชัชวาลพิสุทธิ์

รักษาสายตาด้วยวิธีเลสิค LV Signature FemtoLASIK

ก่อนเข้ารับการรักษา

ตาขวา สั้น -12.00 เอียง -2.50
ตาซ้าย สั้น -11.50 เอียง -2.50

โลกใหม่ไร้กรอบ .. รายละเอียดทั้งหมดสำหรับคนที่สนใจและว่างอ่านครับ  ขอย้ำว่ายาว ยาวมาก ยาวมากจริงๆ แต่ถ้าสนใจทำ อ่านแล้วได้ประโยชน์แน่ๆครับ จริงๆอยากจะรีวิวตั้งแต่ตอนแรกที่ทำเสร็จเลย แต่เพื่อรายละเอียดที่ครบถ้วน ก็เลยรอให้ครบสักเดือนก่อนที่จะเขียน ประสบการณ์ครับ เข้าเรื่อง .. ก็อย่างที่เคยเล่าไปล่ะนะ ว่าส่วนตัวแล้วสายตาสั้นมาก ราวๆ 1200 แถมเอียง 200 กว่าๆอีกต่างหาก เรียกว่าถ้าไม่ใส่แว่นนี้ ไม่มีทางมองอะไรชัดได้เลย อย่าว่าแต่อ่านหนังสือเลย แค่มองกระจกยังไม่สามารถเห็นหน้าตัวเองได้ครบทั้งหน้าเลยด้วยซ้ำ จริงๆก็รู้สึกชินกับชีวิตแบบนี้ ไม่ได้ลำบากอะไรอยู่หรอก ก็ใส่มาตั้งแต่สมัยประถมแล้วหล่ะ แค่อยู่ๆก็รู้สึกอยากถอดแว่นบ้างขึ้นมาตะหงิดๆ

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก็เลยสนใจและตั้งใจจะทำเลสิคมากๆ หลังจากที่หาข้อมูลหมอ โรงพยาบาล เครื่อง รุ่น รูปแบบ ราคา และอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่างเลยตัดสินใจไปทำที่ ศูนย์รักษาตาท๊อปเจริญ แถวๆ แจ้งวัฒนะ กับ คุณ หมอ ตุลยา ราคาอยู่ที่ราวๆ 5หมื่นบาท หลังจากที่ทำการตรวจวิเคราะห์ แล้วก็พบว่า ด้วยสายตาที่มาก ด้วยเครื่องที่อยู่ หมอมีไม่แนะนำให้ทำ และแนะนำให้รู้จัก ICL**แทน ซึ่งตอนนั้น รู้สึกว่ามันแพงมาก ราคาราวๆ 2แสนกว่าบาทแนะ ก็เลยตัดสินใจว่า ไม่ทำ แต่ตรวจตาคราวนั้นโชคดีอยู่อย่างตรงที่เป็นการตรวจละเอียดเลยพบว่า ประสาทตาลอกไปนิดหน่อย เลยไปทำการรักษา ได้ทันท่วงที ก่อนที่จะฉีกขาดเสียหาย คือถ้าขาดแลเวนี้เรื่องใหญ่เลยหล่ะ

**หมายเหตุ อาการประสาทตาลอกนี้ถ้าใครสายตาสั้นมากๆมานานๆ มีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าจะไม่คิดที่จะทำเลสิค ก็ควรจะทำการตรวจละเอียดๆกันบ้างนะครับ ฟังผลเสร็จรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง พอควร อารมณ์เหมือนตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างแล้วทำไม่ได้ มันแย่กว่าตอนที่ไม่คิดจะทำเย๊อะเลย

และแล้วเวลาก็ผ่านไป 2 ปี เห็นเพื่อนไปทำ แล้วบอกว่ามีเทคโนโลยีชื่อ RELex  อาจจะทำได่ก็เลยลองไปดู ด้วยความหวังรอบใหม่ ได้ไปตรวจสภาพตาอีกรอบ แต่ผลก็ออกมาคล้ายๆเดิมคือ ไม่แนะนำให้ทำ ถ้าฝืนทำ อาจจะยังเหลือ ค่าสายตาสั้นฤเอียงอยู่ ยังคงต้องใส่แว่นต่อไป แม้จะบางลงก็ตามที ก็เลยผิดหวังไปอีกรอบ เจ็บหนักรอบสอง หนักกว่ารอบแรกอีก ฮือๆ และแล้ว เวลาก็ผ่านไปอีกปี มาปีนี้ ตั้งใจว่า เอาก็เอา ไหนๆก็ไหนๆ ยอมจ่าย 2 แสนทำ ICL ก็ได้ หาข้อมูลจริงจัง ได้ข้อมูลหลายที่มาก ราคาใกล้เคียงสูสีกันอยู่ เพราะค่าใช้จ่ายหลักๆคือค่าทำเลนส์ที่มีบริษัทผูกขาดไปแล้ว สุดท้ายเลยตั้งใจจะไปทำ ที่ๆคิดว่าดังที่สุดคือ รัตนินฯ

ทว่า ระหว่างที่สอบถามข้อมูลหลายๆที่อยู่นั้น ที่ Laser Vison กลับบอกว่า "ลองมาดูที่นี้ไหมคะ อาจจะทำได้ก็ได้นะ ?" ตอนแรกที่ได้ยินนี้แบบ เห้ออออ! ไปมา2ที่แล้ว ที่เค้าบอกว่า "ทำไม่ได้" แล้วไอที่นี้มันจะทำได้ ได้ยังไง ไม่มีทางๆ แต่ก็คิดว่า ลองตรวจดูก็ไม่เสียหาย ค่าตรวจ 1,500  ก็ถือว่าได้ตรวจตาหลายๆที่ก่อนทำของแพงด้วย แล้วถ้าหมอดีก็อาจจะสั่งตัดเลนส์ในตาที่นี้เลยก็ได้ ก็เลยลองไปดู ไปตรวจสภาพตอนเช้า วัดนู้นนี่นั้น ดูวีดีโอ เหมือนเมื่อปีที่แล้วเป้ะ ก็ยังคงคิดว่าผลก็คงไม่ต่างกันมาก จนกระทั้งได้เวลาที่รอคอย เวลาที่จะได้พบคุณหมอตอนบ่าย

ช่วงไคลแมกซ์!

เจอหมอครั้งแรก หมอยิ้มแล้วก็เล่าสภาพของตาเราให้เราฟัง ว่าสายตาสั้นเรามาก ทำเลสิคแบบ Femto เนี้ย ทำได้นะ เพราะกระจกตาปกติ แต่เนื่องจากสั้นเยอะมาก แถมมีเอียงไม่ใชน้อยๆด้วย ผลออกมาอาจจะไม่เหลือ 0 คือหมอตั้งใจจะทำให้เหลือ0 นะ แต่บางทีมันก็มีเออเรอ แบบ5% อะไรงี้ ถ้าสั้นน้อยๆ มันก็เออเรอไม่เท่าไร แต่พอมันเยอะ มันก็อาจจะเหลือบ้าง แต่รับรองว่า เหลือไม่เกิน 200 แน่นอน และเอียงจะเกือบเป็น 0 เลยด้วย เชื่อมือหมอได้เลย ส่วนการใส่เลนส์ในตา ICL นั้น ปกติ เค้าต้องการขนาดรูม่านตา ที่1.9 แต่รูม่านตาเราอยู่ที่ 1.88 มันน้อยไปนิด ถ้าถามว่าทำได้ไหม หมอบอกเลยว่า ทำได้แน่ๆ แต่ก็นั้นแหล่ะ ถึงจะน้อยไปนิดเดียว แต่มันก็น้อยกว่าค่าที่แนะนำอยู่ดี โดยผลเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ก็คือ มันจะทำให้เกิดอาการเคืองตา จนนำไปสู่การเกิดของต้อกระจกได้ จริงๆมันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นนะ แค่มีความเสี่ยงมากกว่าหลายเท่า เท่านั้นเอง

แน่นอน ถ้าเลือกทำแบบนี้ จะได้สายตาที่ 0 จริงๆ เพราะเป็นการสั่งเลนส์ให้ตรงกับค่าสายตาเราจริงๆเลย เอาหล่ะ เอาแบบไหนดี? เหมือนหมอจะให้ตอบเลย  แต่... ตาเราก็มีคู่เดียว ค่าทำก็แสน สองแสนอะนะ ขอคิดหน่อยหนึ่งเถอะครับ ก็เลยบอกไปว่าขอคิดก่อน

ออกจากห้องมานั่งทำ ตารางเปรียบเทียบ ปรึกษาคนนู้นคนนี้ ตัดสินใจไม่ได้ สุดท้ายเลยว่าจะใช้วิธีที่สุดคือ โยนหัวก้อย...หาเหรียญแล้วก็โยนดูเลย ปรากฏว่า สิ่งที่ลอยเข้ามาในหัวระหว่างมองเหรียญก็คือ เชื่อหมอเถอะ หมอตั้งใจทำให้ดีที่สุดแน่นอน เท่านั้นแหล่ะ ปัดเหรียญทิ้งเลย เลือกทำไอนี้แหล่ะ เฟมโตเลสิคที่เลเซอวิชั่น บอกพยาบาลว่า ตกลงทำปุ๊ป พยาบาลบอก ได้เลย เดี๋ยวอีกชม. หมอเตรียมผ่าให้เลยนะ รวดเร็วชะมัดเลย ได้จ่ายเงินหลักแสนครั้งแรกในชีวิตแล้ว ฮะๆ ถามว่าแพงไหม ตอบไม่ได้แต่ที่แน่ๆคือราคาสูง แต่สำหรับการลงทุนให้ตัวเองและชั่วชีวิตที่เหลืออยู่มันอาจจะไม่แพงก็ได้

จ่ายเงินเสร็จนึกได้ว่าเค้าไม่ให้เราเลือกเลยเหรอว่าทำแบบไหน พอถามได้คำตอบว่า สายตาขนาดนี้ไม่ต้องเลือกละค่ะ เหลือแค่แบบเดียวแล้วที่แพงที่สุดนั้นแหล่ะค่ะหลังจ่ายเงินสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ไปตรวจเลือด หา HIV พึ่งรู้ว่า มันสามารถตรวจผลได้ในไม่กี่นาทีแล้วนะเนี้ยเดี๋ยวนี้ หลังเจาะเลือดพยาบาลบอกว่าตรวจแล้วจะไม่มีการแจ้งผลนะคะ ถ้ามีเชื้อ คุณหมอจะไม่ผ่าให้... ระหว่างรอรูม่านตาหดตัว หลังจากที่ขยายไปเมื่อเช้าเพื่อตรวจสภาพตา ก็ไปพรางคิดไปว่า จ่ายเงินแล้วถ้ามีเชื้อจะทำไงเนี้ย... คิดไปเรื่อยเปื่อยสักพักพยาบาลมาลากไปเข้าห้องผ่าตัด

เย็นๆ น่ากลัวๆอยู่ ขนาดเห็นสถาพหลอนๆกว่านี้ในเกมมาเยอะยังรู้สึกเย็นอยู่ดี ไอห้องขาวสนิทแบบนี้เนี้ย ก็มีการแนะนำตามที่ได้ดูในวีดีโออีกที ให้เราพยายามมองจุดเลเซอตลอดเวลาไว้ แล้วที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอ ตอนแรกก็มีการหยอดยาชา บ้าง ยาฆ่าเชื้อบ้าง ก็เฉยๆล่ะนะ มาเริ่มเคืองๆตาตอนที่หมอเอาที่ง้างตามาใส่นี้แหล่ะ แต่ถ้าถามว่าเคืองมากไหมก็ไม่มากนะ เหมือนรู้สึกว่าไม่สบายตาเฉยๆ ไม่ได้เจ็บ ปวดอะไร .. เสร็จแล้ว เริ่มผ่า! ก็เห็นแล้วรู้สึกตลอดนะ แต่ไม่เจ็บอะไร เคืองหน่อยๆแบบโดนถ่างตา เห็นภาพไปเรื่อยๆเปื่อยๆ คือภาพมันจะไม่ค่อยชัดเท่าไร ไม่รุ่ว่าเป็นเพราะน้ำฤเพราะสายตา ก็พยายามมองจุดแสงตลอดเวลา เพื่อให้หมอทำงานง่ายที่สุด และให้ผลออกมาดีที่สุด มีบางช่วงภาพที่เห็นสวยด้วย เหมือนเห็นดาวสีดำๆในพื้นสีขาวโพลน ประมาณนั้น สักพัก ราวๆห้านาทีได้ ก็เสร็จไป 1ข้าง ก็เลื่อนไปทำอีกข้าง คราวนี้ ไม่กลัวแล้ว พยายามตั้งใจมากกว่าเดิมในการจ้อง ฮะๆ ก็อย่างที่รู้กัน รอบสองมักง่ายกว่ารอบแรกเสมอเพราะเรารู้จุดสุดท้ายของมันแล้ว ทำเสร็จเรียบร้อย ไม่เจ็บไม่ปวดอะไร แต่รู้สึกว่าไปเผลอกรอกตา ตาแรกหน่อยๆ อยากทำใหม่จังเลย ฮะๆ แล้วก็ปิดตาด้วยที่ปิดตามีรู มันก็พอมองเห็นอยู่อะนะแต่ไม่ค่อยชัดเท่าไร

แล้วหมอก็ให้กลับบ้านรอมาตรวจตาอีกทีพรุ่งนี้ โทรไปลางานเพิ่มอีกวัน เพราะไม่คิดว่าจะผ่า ไม่ได้เตรียมอะไรทั้งสิ้น ทำแบบงงๆหน่อยนั้นแหล่ะ คาดการณ์ผิดไปเยอะพอควร ขี้เกียจกลับบ้าน เพราะมาคนเดียวจะกลับคนเดียวก็ลำบากไป จะให้คนมารับก็ไม่เกรงใจ ก็เลยให้โรงพยาบาลหาที่พักใกล้ๆให้ เพราะสะดวกดีเดินไปกลับเองได้ แต่ขากลับมีคนของโรงพยาบาลพาไปส่งให้ ก็ขอบคุณมาอีกทีครับ ไปถึงก็นอน เนื่องจากไม่เจ็บก็เลยไม่ได้กินยาแก้ปวด รู้สึกได้ว่ามีน้ำตาไหลบ้างแม้ไม่ได้เจ็บอะไรก็ตาม ก็เลยพยายามนอน จนมีกระทั่งคนมาดูแล ฮะๆ ดีต่อใจ แล้วก็นอนหลับไป ตื่นมาตอนเช้า เดอนไปเปิดหน้าต่าง สิ่งแรกที่มองเห็นผ่านรูเล็กๆก็คือ ต้นไม้เขียวๆ ธรรมด๊า ธรรมดานี้แหล่ะ แต่มันเขียวมาก เขียวแบบเขียวจริงๆ เห็นแล้วแบบเอ้ยทำไมสีเขียวต้นไม้มันสวยขนาดนี้เนี้ย น้ำตาไหลแบบไม่รู้ตัวเลย

หลังจากซาบซึ้งอะไรประหลาดๆก็ได้เวลาพาตัวเองเดินไปโรงพยาบาล ไปถึงคุณพยาบาลก็ทำการถอดครอบตาให้ แล้วสอนเราเช็ดตา เพราะหลังจากนี้ เราห้ามโดนน้ำ ไปอีกเป็นอาทิตย์ เลยต้องดูแลมันดีๆหน่อย เสร็จแล้วเค้าก็พาเราไปห้องวัดสายตา ผลปรากฏว่า.... โอ้ยตื่นเต้นมาก เห็นชัดมากเลย มีข้างหนึ่งชัดกว่าตอนใส่แว่นวัดเมื่อวานอีก ตัวเหนือเส้นที่เดาไม่ค่อยออกเมื่อวานก็ พอเดาได้ถูกเกือบหมดเลย ผลตรวจของคอมพิวเตอร์แบบคร่าวๆก็ขาวหนึ่งสั้น0 เอียง 25 ในขณะที่อีกข้างสั้น25 เอียง 0 ดีใจสุดๆ ดีใจมากจนแทบจะกอดคนข้างๆเลยทีเดียว เสร็จแล้วก็ได้เจอกับคุณหมออีกรอบ หมอก็ยินดีกับผลด้วย แล้วก็บอกว่าเราพยายามได้ดี หมอเค้าเลยผ่าได้ง่าย ผลก็เลยออกมาดี ทุกอย่างเรียบร้อยค่าสั้นเอียงเหลือน้อยมาก แผลก็สวย กลับบ้านได้ เจอกันอีกทีอาทิตย์หน้า เพื่อดูว่าแผลสมานตัวดี

ขอบคุณมาก ขอบคุณมากจริงๆครับ คุณหมอ อนันต์ วงศ์ทองศรี ถ้าใครสนใจ แล้วมีปัญหา ผมแนะนำคุณหมออนันต์จริงๆ เพราะคุณหมอเค้าเชี่ยวชาญทั้งเลสิค และใส่เลนส์เสริมเลยทีเดียว ใครสั้นเอียงเยอะๆลองมาหาดูครับ

สิ่งแรกที่แนะนำเลยก็คือ ไปหาแว่นดำมาใส่ เพราะช่วงแรกๆ ตาจะแพ้แสงแดดมากๆ แว่นกันแดดนอกจากจะช่วยป้องกันแสงแลเวยังป้องกันฝุ่นผงอะไรต่างๆให้ด้วย ต้องมีจริงๆ โดยส่วนตัวแล้ว หลังผ่ามีอาการเคืองตา1ข้างเหมือนมีเศษอะไรติดอยู่ แต่พอผ่านไป2-3วันก็หายไป น้ำตาไม่ค่อยไหล และ ไม่รู้สึกเจ็บตาเลย บาแก้ปวดนี้ไม่ได้แตะเลย ส่วนเรื่องความชัด ช่วงแรกๆแปลกจริงๆ ตรงที่ไอข้างที่ชัดมันก็ชัดตลอด แต่ข้างที่ไม่ชัด มันก็มีชัดขึ้นบ้าง กลับไปมัวบ้าง กลับมาชัดใหม่บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป โดยรวมแล้ว มันชัดขึ้นเรื่อยๆครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ขัดเจนก็คือ จะเห็นแสงไฟเป็นแฉกๆกระจายออกจากแหล่งกำเนิด ที่เรียกกันว่า แฟลร์ ซึ่งเป็นอาการปกติ อาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ พอผ่านไปราวๆ 1 เดือน ก็จะเห็นน้อยลงมากๆเลย

ช่วงอาทิตแรกหลังผ่า พยายามอยู่ในร่มและที่ฝุ่นไม่เยอะ แต่เนื่องจากมีงานที่ต้องไปโดนทั้งแดดและฝุ่นเยอะมาก ก็กังวลๆ อยู่ว่าจะเป็นอะไรไหม พยายาม ทำความสะอาดตาบ่อยๆ หยิดน้ำตาเทียมเรื่อยๆ ทุกๆ2-3ชม. ทั้งๆที่ตาไม่ได้แห้ง จนเวลาผ่านไป 1อาทิตย์ กลับไปหาหมออีกครั้ง หลังจากทำการตรวจสภาพตา คุณหมอก็อนุญาตให้โดนน้ำได้แล้ว เพราะแผลสมานตัว ปิดเรียบร้อยดี จวบจนตอนนี้ครบ1 เดือนหลังผ่าเรียบร้อย รู้สึกพอใจกับผลลัพธ์ มากๆ ความสะดวกสบายที่ได้รับ สามารถเลือกได้ว่าจะใส่ฤไม่ใส่แว่น การได้เห็นความสวยงามของโลกนี้ผ่านสายตาของตัวเองจริงๆที่ไม่มีอะไรมาบิดเบือนมันช่างสุนทรี จริงๆ

แม้ว่าราคามันจะสูงมากๆก็จริง แต่เมือคิดว่ามันคือสิ่งที่จะอยู่กับเราไปชั่วชีวิต ผมบอกได้เลยครับว่าสิ่งที่ได้กลับมานี้คุ้มเกินคุ้ม คุ้มจนคิดว่า ทำไมไม่ไปทำตั้งนานแล้วเนี้ย และนี้ก็เป็นสาเหตให้ ผมมาเขียนบทความอันยาวยืดสุดๆนี้ เผื่อว่าใครที่ยังลังเลอยู่จะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยถ้าใครอ่านแล้วมีคำถาม ข้อสงสัยอะไร สอบถามได้เลยนะครับ ยินดีมากๆครับ เพราะเพียงแค่บทความนี้สามารถกระตุ้นให้คนอ่านสนใจเรื่องเลสิคและดวงตามากขึ้น ผมก็ถือว่าที่เขียนมายาวๆนั้นบบรลุจุดประสงค์แล้วครับ เพราะชีวิตไร้กรอบมันช่างสวยงามเหลือเกินครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก facebook : Mett Shajchawalpisooth