Call Center
02-939-6006,
089-928-2020
  • English
  • ภาษาไทย

STANDARD LASIK (เลสิค)

Standard LASIK คืออะไร
             การรักษาสายตาสั้น เอียง และยาวโดยกำเนิด โดยการปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาด้วยเครื่องเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ให้ได้ ความโค้งที่แสงตกลงที่จุดรับภาพพอดีเลสิค ถือเป็นวิธีการรักษาสายตาที่ปลอดภัย แม่นยำ สะดวก รวดเร็วด้วยเวลาเพียงข้างละ 15 นาที เนื่องจากสภาพตาของแต่ละบุคคลจะมีสภาพแตกต่างกันออกไป ทั้งค่าสายตา ค่าความโค้งและความหนาของกระจกตา หรือ ขนาดรูม่านตา Laser Vision International LASIK Center จึงได้เลือกสรรเทคโนโลยีรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพตาของแต่ละบุคคล  สำหรับเทคโนโลยีในการรักษาสายตาด้วยวิเลสิค ที่ Laser Vision มีด้วยกัน 3 ระบบ ได้แก่

​             1. LV Premeire LASIK เป็นการรักษาแบบมาตรฐานระดับสูง โดยใช้เลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง ปรับสภาพความโค้งของกระจกตา เพื่อให้แสงตกลงที่จุดรับภาพพอดี สามารถแก้ไขปัญหาสายตา ผิดปกติ ทั้งสายตาสั้น ยาวโดยกำเนิด และเอียงได้ นอกจากนี้ยังควบคุมโดยโปรแกรมการยิงที่ประหยัด เนื้อกระจกตา (Tissue Saving) ทำให้สิ้นเปลืองประหยัดเนื้อกระจกตาน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเลเซอร์ที่ใช้อยู่ทั่วไป

คุณสมบัติ
- สามารถรักษาสายตาสั้น ยาวโดยกำเนิด และเอียง
- ประหยัดเนื้อกระจกตา (Tissue Saving)

การปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตา
สำหรับสายตาสั้น - สายตาเอียง

การปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตา 
สำหรับสายตายาวโดยกำเนิด - สายตาเอียง

​             2. LV Optimized LASIK   เป็นการรักษาในระดับที่เหนือกว่ามาตรฐาน โดยใช้เลเซอร์ปรับสภาพความโค้งของกระจกตาด้วยโปรแกรมพิเศษ Optimized Aspheric ทำให้เกิดความต่อเนื่องของความโค้งกระจกตา ซึ่งกระจกตาที่ได้รับการปรับแต่งจึงมีรูปร่างใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด สามารถเพิ่มคุณภาพการมองเห็นในสภาพแสงต่างๆ ได้ดีขึ้น และลดการเกิดแสงกระจายในตอนกลางคืน

คุณสมบัติ
- สามารถรักษาสายตาสั้น ยาวโดยกำเนิด และเอียง
- ประหยัดเนื้อกระจกตา (Tissue Saving)
- คงรูปร่างความโค้งของกระจกตาให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุดหลังการรักษา (Optimized Aspheric)
- Wavefront Plus รักษาความเพี้ยนในการรวมแสงระดับสูง
- เพิ่มคุณภาพการมองเห็นทั้งกลางวันและกลางคืน
- ระบบสแกนลายม่านตา เพื่อความแม่นยำในการรักษามากยิ่งขึ้น (Iris Scanning)

​             3. LV Platinum LASIK  เป็นการรักษาแบบเหนือมาตรฐานในระดับดีเยี่ยม สายตาสั้น ยาวโดยกำเนิด และเอียงนั้นถือเป็นความเพี้ยนในการรวมแสงระดับต่ำ นอกเหนือจากนี้ดวงตาของเรายังมีความเพี้ยนในการรวมแสงระดับสูง ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ แต่ส่งผลให้ความชัดเจน ในการมองเห็นลดน้อยลงได้ LV Platinum LASIK สามารถตรวจวิเคราะห์ความเพี้ยนในการรวมแสงทั้ง 2 ระดับออกมาได้ และคำนวณเป็นข้อมูลพร้อมกับสร้างรูปแบบการยิงเลเซอร์เฉพาะรายบุคคล จากนั้นเครื่องเลเซอร์จะปรับแต่งกระจกตาตามรูปแบบที่ได้สร้างไว้ ทั้งนี้ โดยใช้เลเซอร์ที่มีขนาดเล็ก เป็นจุดขนาดเล็กกว่า 1 มิลลิเมตร ในการแก้ไขความเพี้ยนระดับสูงนี้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ค่าสายตาปกติ แล้วยังช่วยคงสภาพความโค้งของกระจกตาให้ใกล้เคียงธรรมชาติ โดยอาศัยข้อมูลจากการวัด Wavefront นอกจากนี้ยังมีระบบสแกนลายม่านตา เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการติดตามการกลอกตา โดยมีความเร็ว ในการติดตามสูงถึง 200 เฮิร์ต เพื่อการรักษาที่สมบูรณ์แบบที่สุด

คุณสมบัติ
- สามารถรักษาสายตาสั้น ยาวโดยกำเนิด และเอียง
​- ประหยัดเนื้อกระจกตา (Tissue Saving)
​- คงรูปร่างความโค้งของกระจกตาให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุดหลังการรักษา (Optimized Aspheric)
​- Wavefront Plus รักษาความเพี้ยนในการรวมแสงระดับสูง
​- เพิ่มคุณภาพการมองเห็นทั้งกลางวันและกลางคืน
​- ระบบสแกนลายม่านตา เพื่อความแม่นยำในการรักษามากยิ่งขึ้น (Iris Scanning)

ลำแสงที่เกิดการเบี่ยงเบนขณะสะท้อนออกจากตา 
ที่มีความเพี้ยนของการรวมแสงผิดปกติ
  ลำแสงที่เป็นระเบียบขณะสะท้อนออกจากตา
ที่มีการรวมแสงสมบูรณ์แบบ
เพื่อแก้ไขให้เกิดการรวมแสงที่สมบูรณ์แบบจำเป็น
ต้องใช้เลเซอร์ที่มีลำแสงขนาดเล็กเป็นจุด

การเตรียมตัวสำหรับการรักษาสายตาด้วยวิธี Standard LASIK

​คุณสมบัติของผู้ที่เหมาะสมกับการรักษาสายตาด้วยวิธี Standard LASIK
   1. ผู้ที่มีความประสงค์ที่จะลดการพึ่งพาแว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ เนื่องจากเกิดปัญหาในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน หรือการประกอบอาชีพที่ไม่เอื้ออำนวย ต่อการใช้แว่นตา หรือคอนแทคเลนส์
   2. ผู้เข้ารับการรักษาควรมีอายุอย่างน้อย 18 ปี และมีระดับสายตาคงที่อย่างน้อยเป็นเวลา 1 ปี เนื่องจากผู้ที่มีอายุไม่ถึง 18 ปี สายตาจะยังมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อย ๆ ดังนั้นจึงควร รอให้อายุถึง 18 ปีเพื่อให้ค่าสายตาคงที่ ก่อนเข้ารับการรักษา
   3. ไม่มีโรคที่เป็นข้อห้ามของการทำ LASIK เช่น โรคต้อหิน โรคจอประสาทตา หรือ โรค SLE
   4. ไม่ควรอยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากเป็นระยะที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าสายตาเปลี่ยนแปลงไปด้วย จึงควรรอให้คลอดบุตรเสียก่อน
   5. สำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป การรักษาเป็นการทำให้ระดับสายตากลับมาเป็นปกติ ดังนั้นอาจมีความจำเป็นต้องใช้แว่นในการอ่านหนังสือ เช่นเดียวกับคนสายตาปกติทั่วไป
   6. มีความเข้าใจ และความคาดหวังที่ถูกต้องเกี่ยวกับการรักษาด้วยวิธีเลสิค

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจและประเมินสภาพตาก่อนการรักษาด้วยวิธี Standard LASIK 
ผู้เข้ารับการรักษาจำเป็นต้องได้รับการตรวจและประเมินสภาพตาอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์เสียก่อน โดยควรมีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจและประเมินสภาพตามีดังนี้
   1. ควรถอดคอนแทคเลนส์ล่วงหน้า เนื่องจากคอนแทคเลนส์จะกดทับกระจกตา การถอดคอนแทคเลนส์นี้เพื่อให้กระจกตาคืนรูปร่างตามธรรมชาติ เพื่อผลการตรวจที่แม่นยำมากที่สุด ทั้งนี้ระหว่างที่ถอดคอนแทคเลนส์ท่านสามารถใช้แว่นสายตาแทนได้ตามปกติ
      - อย่างน้อย 3 วัน สำหรับคอนแทคเลนส์แบบนิ่ม
      - อย่างน้อย 7 วัน สำหรับคอนแทคเลนส์แบบแข็ง
   2. ควรนำเพื่อนหรือญาติมาด้วย เนื่องจากการตรวจสภาพสายตานั้นจะมีการหยอดยาขยายม่านตาด้วย ซึ่งจะทำให้การมองเห็นไม่ชัดและสู้แสงจ้าไม่ได้ คุณจึงไม่สามารถขับรถกลับบ้านเองได้
   3. หากเป็นไปได้ควรนำแว่นกันแดดมาด้วย

ขั้นตอนการตรวจจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยมีขั้นตอนในการตรวจต่างๆ ดังนี้
  - ตรวจวัดสายตาด้วยเครื่อง Auto Refractometer
  - ตรวจวัดค่าความดันตาด้วยเครื่อง IOP
  - ตรวจค่าความโค้งความหนาของกระจกตาด้วยเครื่อง Pentacam
  - ตรวจค่าความเพี้ยนในการรวมแสงระดับสูงด้วย OPD Scan
  - ตรวจวัดระดับการมองเห็น
  - ตรวจวัดค่าความผิดปกติของสายตาก่อนและหลังการขยายม่านตา
  - ตรวจและประเมินสภาพตาโดยละเอียดโดยจักษุแพทย์
        ระหว่างการตรวจท่านจะได้รับชม Multimedia เพื่อศึกษาข้อมูลการรักษาสายตาด้วยวิธีเลสิค โดยละเอียดก่อนพบแพทย์ ทั้งนี้หากท่านยังมีข้อสงสัยใดๆ ท่านสามารถสอบถามแพทย์ของท่านได้โดยตรง

ขั้นตอนระหว่างเข้ารับการรักษาด้วยวิธี Standard LASIK

ขั้นตอนระหว่างเข้ารับการรักษาด้วยวิธี Standard LASIK
ผู้ที่ตัดสินใจเข้ารับการรักษาสายตาด้วยวิธี Standard LASIK ควรเตรียมตัว ดังนี้
  1. ควรถอดคอนแทคเลนส์ล่วงหน้า
      - อย่างน้อย 3 วัน สำหรับคอนแทคเลนส์แบบนิ่ม
      - อย่างน้อย 7 วัน สำหรับคอนแทคเลนส์แบบแข็ง
  2. งดแต่งหน้า โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ ดวงตา
  3. งดฉีดสเปรย์และน้ำหอมทุกชนิด เนื่องจากมีผลต่อการทำงานของเครื่องเลเซอร์
  4. หากเป็นไปได้ กรุณาสวมเสื้อที่มีกระดุมด้านหน้าอาบน้ำ สระผมให้เรียบร้อย
  5. ควรมีเพื่อนหรือญาติมาด้วยเพื่อนำท่านกลับบ้าน

การรักษาสายตาด้วยวิธี Standard LASIK นั้น จะประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญๆ 2 ขั้นตอน คือ
เริ่มจากขั้นตอนการแยกชั้นกระจกตา และ ขั้นตอนการใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่ทันสมัยในปัจจุบันนี้ การเปลี่ยนแปลงคุณภาพการมองเห็นจึงเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทำได้ภายในเวลาเพียง 15 นาที โดยมีขั้นตอน ดังนี้
  ●  เริ่มต้นด้วยการหยอดยาชาและยาฆ่าเชื้อก่อนการผ่าตัดประมาณ 20-30 นาที ในระหว่างนี้แพทย์จะอธิบายขั้นตอนในการรักษา
  ●  ผู้เข้ารับการรักษานอนราบบนเตียง แพทย์จะทำความสะอาดบริเวณรอบๆ ตาเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากนั้นจะใส่เครื่องมือช่วยเปิดตาเพื่อป้องกันการกะพริบตา
  ●  ทำการแยกชั้นกระจกตาด้วยเครื่อง Microkeratome ชั้นกระจกตาที่แยกออกมาจะถูกเปิดออกและพับไว้ในลักษณะที่คล้ายกับการเปิดหน้าต่าง
  ●  จากนั้นแพทย์จะทำการปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาด้วยเครื่องเอ็กไซเมอร์เลเซอร์
      - การแก้ไขสายตาสั้น : ทำได้โดยการปรับความโค้งของกระจกตาส่วนกลางให้น้อยลง
      - การแก้ไขสายตายาว : ทำได้โดยการปรับความโค้งของกระจกตาส่วนกลางให้มากขึ้น
      - การแก้ไขสายตาเอียง : ทำได้โดยการปรับให้กระจกตามีความโค้งเท่ากันในแต่ละแนว

การแก้ไขสายตาสั้น  

การแก้ไขสายตายาว

การแก้ไขสายตาเอียง

    ●  สุดท้ายแพทย์จะทำการปิดชั้นกระจกตาที่พับไว้กลับเข้าที่เดิม ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที ชั้นกระจกตาจะสมานเข้ากันเองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องเย็บ เสร็จแล้วแพทย์จะทำความสะอาดบริเวณรอบๆ ดวงตา แล้วปิดฝาครอบตาไว้ 1 คืนเพื่อป้องกันการขยี้ตา ฝาครอบตานี้มีรูเล็กๆ ให้มองผ่านได้ เสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้ทันที โดยจะสามารถมองเห็นผ่านรูเล็กๆ ดังกล่าวได้ แต่ไม่ถึงกับชัดเจนนัก แพทย์จะนัดเปิดฝาครอบตาและตรวจดูความเรียบร้อยของแผลในวันรุ่งขึ้น

ขั้นตอนการปฏิบัติตัวหลังการรักษาด้วยวิธี Standard LASIK

อาการที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัดในคืนแรก
​   ●  อาจมีน้ำตาไหลมาก บางรายอาจมีอาหารคัดจมูกร่วมด้วย หรือมี อาการคันบริเวณรอบๆ ดวงตา ไม่ควรแกะฝาครอบตาออกเด็ดขาด สามารถใช้ทิชชูซับบริเวณรอบๆ ฝาครอบตาได้
​   ●  เคืองตา แสบตา คล้ายกับมีเม็ดทราย หรือมีเศษผงอยู่ในตา
​   ●  อาการปวดตา ซึ่งอาจพบได้แต่ไม่บ่อยนัก
​   ●  ควรพักผ่อนมากๆ อย่าพยายามทดสอบการมองเห็นหลังการผ่าตัดด้วยการดูโทรทัศน์หรืออ่านหนังสือ หากนอนไม่หลับให้รับประทานยานอนหลับ 1 เม็ด

อาการที่อาจพบได้หลังจากเปิดฝาครอบตาในวันรุ่งขึ้น
​   ●  อาการตาแดง หรือมีจุดแดงที่ตาขาว ซึ่งจะหายได้เองภายใน 7-14 วัน
​   ●  แสบตา สู้แสงจ้าไม่ได้ ซึ่งอาจพบอาการเหล่านี้ได้ในช่วงแรกๆ หลังการผ่าตัด ควรสวมแว่นกันแดดเพื่อลดอาการแสบตา
​   ●  การมองเห็นยังไม่คงที่ เช่น บางวันมองเห็นชัด บางวันมองเห็น ไม่ชัด หรือเหมือนมองผ่านหมอก การอ่านหนังสือก็อาจจะยังไม่ชัดเจนดี อาจต้องใช้เวลาปรับตัวประมาณ 1-4 สัปดาห์ ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล
​   ●  สามารถใช้สายตาได้ แต่อาจจะต้องมีการพักสายตาบ้างโดยการมองไกลประมาณ 5-10 นาที

การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดในสัปดาห์แรก
   ●  ควรระมัดระวังอย่าให้น้ำ หรือฝุ่นละอองเข้าตาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาด
​   ●  ปิดฝาครอบตาก่อนนอนทุกคืนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเผลอขยี้ตาระหว่างนอนหลับ
​   ●  ควรหยอดยาฆ่าเชื้อและน้ำตาเทียมทุกครั้งตามที่แพทย์สั่ง
​   ●  แนะนำให้สระผมที่ร้าน เพื่อป้องกันน้ำเข้าตา
​   ●  ควรหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่มีฝุ่นละอองมาก หากเลี่ยงไม่ได้ควรสวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันฝุ่นและลมเข้าตา
​   ●  งดการแต่งหน้า โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ ดวงตา
​   ●  ควรสวมแว่นกันแดด เมื่อต้องทำกิจกรรมในสถานที่ที่มีแสงจ้า
​   ●  งดการว่ายน้ำเป็นเวลา 2 สัปดาห์
​   ●  งดการดำน้ำเป็นเวลา 1 เดือน 
​   ●  หากมีอาการผิดปกติ เข่น การมองเห็นแย่ลงอย่างรวดเร็วตาแดงมากขึ้น ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที 

การตรวจเพื่อติดตามผลการรักษา
      โดยปกติแล้ว หลังการเข้ารับการรักษาสายตาด้วยวิธี Standard LASIK แพทย์จะนัดท่านมาตรวจเพื่อติดตามผลการรักษาเป็นระยะๆ คือ 1 วัน, 1 สัปดาห์, 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี และ 2 ปี หลังจากนั้น Laser Vision ขอแนะนำให้ท่านเข้ารับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกๆ ปี เพื่อดูแลดวงตาของท่าน ให้มีสุขภาพตาที่ดีตลอดไป